📣📣 ประชาสัมพันธ์ค่ะ ด้วยความห่วงใย จาก ท่านทูต นพพร อัจฉริยวนิช เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ สาธารณรัฐฟินแลนด์

📣📣 ประชาสัมพันธ์ค่ะ ด้วยความห่วงใย จาก ท่านทูต นพพร อัจฉริยวนิช เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ สาธารณรัฐฟินแลนด์

ตอนนี้ สถานทูตเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิให้ข้อมูลเรื่อง Coronavirus ในฟินแลนด์กับคนไทยใน website ของสถานทูต เป็น baner Coronavirus เปิดอ่านได้นะครับ update ตลอดเวลา 🌷🌷

COVID -19 situation in Finland 😤😤

COVID -19 situation in Finland 😤😤

สถานการณ์ Covid -19 เช่นนี้….เตรียมพร้อม …ขอบคุณเจ้าภาพสำหรับหน้ากากอนามันแต่ยังไม่กล้าใส่คะ 😅Cr : ข้อมูลจาก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ 6.3.2020

📣📣สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ Coronavirus COVID-19 ในฟินแลนด์ และมาตรการของรัฐบาลฟินแลนด์ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของ Coronavirus COVID-19 เพิ่มเติม ดังนี้

  1. จนถึงวันที่ 6 มี.ค. 2563 ทางการฟินแลนด์ยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อ Coronavirus COVID-19 ว่า มีจำนวน 15 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 3 รายจากจำนวน 12 รายของ
    เมื่อวานนี้ โดยผู้ติดเชื้อทั้งหมดมีอาการไม่รุนแรง
  2. ทางการฟินแลนด์กล่าวว่า จนถึงขณะนี้การบริการด้านสุขภาพของฟินแลนด์ประสบความสำเร็จในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ Coronavirus COVID-19 และการที่สามารถตรวจพบผู้ที่ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญของการลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
  3. รัฐบาลฟินแลนด์ได้เปิดสายด่วนให้ประชาชนโทรศัพท์สอบถามข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Coronavirus COVID-19 ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0295 535 535 ระหว่างเวลา 08.00 – 21.00 น. ในวันธรรมดา และระหว่างเวลา 09.00 – 15.00 น. ในวันเสาร์
  4. สำหรับกรณีขอคำปรึกษาประเด็นสุขภาพของแต่ละบุคคล ประชาชนทั่วไป สามารถโทรศัพท์ปรึกษาได้ที่สถานพยาบาลเอกชนที่ตนใช้บริการ หรือศูนย์บริการของเทศบาลท้องถิ่นในเขตที่พำนักได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ เช่น
    4.1 สำหรับผู้อาศัยอยู่ในกรุงเฮลซิงกิ สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลข 09 3101 0024 ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ระหว่างเวลา 07.00 – 20.00 น. และหลังจากเวลา 20.00 น. รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 116 117 https://hel.fi/uutiset/en/social-services-and-health-care/corona-virus-helpline
    4.2 สำหรับผู้อาศัยอยู่ในเมือง Espoo สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลข 09 816 34500 ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ระหว่างเวลา 07.00 – 18.00 น. และหลังจากเวลา 18.00 น. รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 116 117 https://www.espoo.fi/en-US/Social_and_health_services/If_you_suspect_you_have_contracted_an_in(174305)
    4.3 สำหรับผู้อาศัยอยู่ในเมือง Vantaa สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลข 09 839 50 000 ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.00 – 16.00 น. และหลังจากเวลา 16.00 น. รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 116 117 https://www.vantaa.fi/news/101/0/149724

International Women’s Day 🌷🌷 (internationella kvinnodagen) 📣📣 วันนี้…มีเรื่องเล่า 📣📣

คุณอุไร และประธาน

International Women’s Day 🌷🌷(internationella kvinnodagen)📣📣วันนี้…มีเรื่องเล่า 📣📣
วันสตรีสากล 🌷🌷เดิมเรียก วันสตรีแรงงานสากล มีการเฉลิมฉลองในวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี ในแต่ละภูมิภาคความสนใจของการเฉลิมฉลองมีตั้งแต่การเฉลิมฉลองความนับถือ ความซาบซึ้งและความรักต่อหญิงสำหรับความสำเร็จทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของหญิงทั่วไป เริ่มแรกเป็นงานการเมืองสังคมนิยม … วิกิพีเดีย

วันสตรีสากล ตรงกับวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมานานกว่า 100 ปีแล้ว กรเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของสตรี ซึ่งในทุก ๆ ปี เมื่อถึง วันสตรีสากล นานาประเทศก็จะจัดกิจกรรมฉลองวันแห่งความเสมอภาคของเหล่าสตรีทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน� เป็นวันที่เหล่าสตรีจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเชื้อชาติ ศาสนา อาชีพใด จะร่วมเฉลิมฉลองความเสมอภาคที่ได้รับมา และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันในสังคมอีกด้วย
ประวัติความเป็นมา วันสตรีสากล 8 มีนาคม Cr :sanook.com
ณ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา กรรมกรสตรีในโรงงานทอผ้าได้ลุกฮือขึ้นเดินขบวนประท้วงการเอาเปรียบ กดขี่ ขูดรีด ทารุณ จากนายจ้างที่เห็นผลผลิตสำคัญกว่าชีวิตคน ความเป็นอยู่ของแรงงานสตรีในเมืองชิคาโก ว่ากันว่าไม่ต่างอะไรจากทาสนิโกรในเงื้อมมือคนผิวขาว เพราะต้องทำงานวันละ 12-15 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าแรงานเพียงน้อยนิดส่วนสตรีตั้งครรภ์มักถูกไล่ออก ในที่สุดภายใต้การนำของ คลาร่า เซทคิน ผู้นำกรรมกรสตรีโรงงานทอผ้าชาวเยอรมันลุกฮือขึ้นสู้ด้วยการเดินขบวนนัดหยุดงานในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1907 โดยเรียกร้องให้นายจ้างลดเวลาการทำงานจากวันละ 12-15 ชั่วโมง ให้เหลือวันละ 8 ชัวโมง พร้อมให้ปรับปรุงสวัสดิการภายในโรงงาน และให้สตรีมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งด้วย
การเรียกร้องครั้งนี้ แม้จะมีหลายร้อยคนถูกจับกุม แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากสตรีทั้งโลก และส่งผลให้วิถีการผลิตแบบทุนนิยมเริ่มสั่นคลอน แต่อย่างไรก็ตามอีก 3 ปีต่อมา คือ ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1910 ข้อเรียกร้องของเหล่าบรรดากรรมกรสตรีก็ประสบความสำเร็จ เมื่อตัวแทนสตรีจาก 18 ประเทศ เข้าร่วมประชุมสมัชชาสตรีสังคมนิยม ครั้งที่ 2 ณ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ที่ประชุมได้ประกาศรับรองข้อเรียกร้องของบรรดากรรมกรสตรี โดยให้ลดเวลาทำงานให้เหลือเพียงวันละ 8 ชั่วโมง ศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และกำหนดให้ค่าแรงงานสตรีเท่าเทียมกับค่าแรงงานชาย อีกทั้งยังมีการคุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็กอีกด้วย นอกจากนั้นในการประชุมครั้งนั้น ยังได้มีการรับรองข้อเสนอของ คลาร่า เซทคิน ด้วยการประกาศให้วันที่ 8 มีนาคม เป็น วันสตรีสากล
วันสตรีสากลไม่ได้เป็นเพียงวันที่กลุ่มสตรีทั่วโลกร่วมฉลองกันท่านั้น แต่เป็นวันที่องค์กรสหประชาชาติได้ร่วมเฉลิมฉลองด้วย และอีกหลายประเทศได้กำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดประจำชาติของตน กลุ่มสตรีจากทุกทวีปไม่ว่าจะแตกต่างกันโดยเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ หรือ การเมืองก็ตาม ได้รวมตัวกันเพื่อฉลองวันสำคัญนี้ เพื่อรำลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้อันยาวนาน เพื่อให้ได้มาซึ่งความเสมอภาคความยุติธรรม สันติภาพและการพัฒนา
ผลจากการตัดสินใจของที่ประชุม ณ กรุงโคเปนเฮเกน ทำให้มีการจัดกิจกรรมวันสตรีสากลขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1911 ในประเทศออสเตรีย เดนมาร์ก เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ มีประชาชนทั้งหญิงชายมากกว่า 1 ล้านคน เข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องสิทธิในการทำงาน การเข้ารับการอบรมในวิชาชีพ และให้ยุติการแบ่งแยกในการทำงานในปีถัดมาได้มีการจัดกิจกรรมวันสตรีสากลเพิ่มขึ้นในประเทศฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน และในปี ค.ศ. 1913 มีการจัดชุมนุมวันสตรีสากลในรัสเซียเป็นครั้งแรก ที่นครเซนต์ปีเตอร์เบอร์ก แม้ว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขัดขวางก็ตาม วันสตรีสากลได้จัดขึ้นโดยเชิดชูคำขวัญของขบวนการสันติภาพ ทั้งนี้เพื่อต่อต้านสงครามที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในยุโรปนับตั้งแต่ปีแรกๆ เป็นต้นมา ความสำคัญของการฉลองวันสตรีสากลได้ทวีมากขึ้น โดยมีสตรีในทวีปแอฟริกา เอเชียและละตินอเมริกา เริ่มร่วมมือกันเพื่อทบทวนความก้าวหน้าของการต่อสู้เพื่อสิทธิที่เท่าเทียมกัน และเพื่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งพยายามผลักดันให้มีการตระหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชนของสตรีอย่างสมบูรณ์

ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติตามพันธสัญญาต่อเวทีโลกที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับบทบาทและสถานภาพสตรีโดยได้มีการดำเนินการทั้งในแง่กฏหมาย นโยบาย มาตรการและกิจกรรมต่างๆ ในการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย คือ เจตนารมณ์ให้มีความเป็นธรรมเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายในทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการใช้ การควบคุมทรัพยากร เพื่อให้หลุดจากการกีดกันต่างๆ ให้สตรีได้มีโอกาสรับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน