บรรยากาศการอบรม เข้มข้น สนุกสนาน

🇫🇮🇹🇭📖บรรยากาศการอบรม เข้มข้น สนุกสนาน ขอบคุณ พี่จิราพร ท่านประธานฯพี่ติ๋ว (ดร.สุดถนอม)เลขา ฯและท่าน อจ สาลี่ ที่จัดอบรมให้ในครั้งนี้แบบตัวต่อตัว ขอบคุณสมาพันธ์ครูไทยฯในเยรรมันนีด้วยคะ 🇫🇮🇹🇭🇩🇪ท่านอจ ถ่ายทอดเทคนิคการสอนหลายอย่าง🙏🙏🙏ที่จะใช้ในการสอนภาษาไทยและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เด็กอย่างไม่รู้สึกว่าเป็นการสอน สนุกมากๆๆๆๆคะ 👏👏👏หัวข้อ ..
อบรม”เทคนิคการสอนภาษาไทยให้แก่เยาวชนไทยในต่างแดน” โดย 🇩🇪สมาพันธ์ครูสอนภาษาไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ร่วมกับ 🇹🇭🇫🇮สมาคมเครือข่ายหญิงไทยในฟินแลนด์ ( ทวิน )

Training “Teaching techniques for teachers of Thai children living oversea”By Federation of Thai Language Teachers in Germany and Thai Women Network In Finland ( TWIN)

อบรม​ “เทคนิคการสอนภาษาไทยให้แก่เยาวชนไทยในต่างแดน”

📣📣ปชส คะ สำหรับผู้ที่สนใจ ..อบรมฟรี !!! ออกคขจ ในการเดินทางเองคะ ..หรือ จะมีจัดอีกครั้งที่เฮลชิงกิ ประมาณ ปลายปี 62 และ ช่วงหน้าร้อน 63 ปีหน้าคะ สนใจ แจ้งขื่อ /อีเมล์/โทรศัพท์ :ลงทะเบียนไว้ได้คะ ( อินบลอค มาเลยคะ )
📍📚📕อบรม”เทคนิคการสอนภาษาไทยให้แก่เยาวชนไทยในต่างแดน” โดย ท่านวิทยากรอาจารย์ สาลี่ ศิลปธรรม ผู้แต่งหนังสือแบบเรียนชุดสวัสดี โดย 🇩🇪สมาพันธ์ครูสอนภาษาไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ร่วมกับ 🇹🇭🇫🇮สมาคมเครือข่ายหญิงไทยในฟินแลนด์ ( ทวิน )

📚Teaching techniques for teachers of Thai children living oversea”

📖📕Training schedule
Friday 19 July 2019 at the Frankfurt By Federation of Thai Language Teachers in Germany

-09.45 – 10.30 hr. Registration (coffee and tea)

-10.30-12.00 น. Training “Teaching techniques for teachers of Thai children living oversea” by Salee Silapasatham, the author of “Sawasdee” book
-12.00 – 12.30 น. Lunch break
-12.30 – 14.00 น. Training session (continue)
-14.00 – 14.15 น. Coffee break
-14.15 – 15.45 น. Training session (continue)
-15.45 – 16.00 น. Closing session

แจ้งข่าวการอบรมอาสาสมัครเพื่อหญิงไทยในต่างประเทศ

เครือข่ายหญิงไทยในยุโรป เครือข่ายคนไทยในญี่ปุ่น พร้อมเพื่อนเครือข่ายอื่น ๆ จาก 14 ประเทศ (สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ยูเค ฮ่องกง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ไทย) จำนวนรวม 83 ชีวิต เข้าร่วมการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายอาสาสมัครให้คำปรึกษาแก่หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ ประจำปี พ.ศ. 2562 ในวันที่ 1-4 กรกฎาคม ณ โรงแรมริเวอร์ไรน์ เพลส จังหวัดนนทบุรี ซึ่งไฮไล้ท์ของการอบรมคือ การเสวนาถอดบทเรียนประสบการณ์ทำงานอาสาสมัครฯที่มีคุณหมอประเวช ตันติวิพัฒนสกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ และคุณนงลักษณ์ ใจสงฆ์ เทร็พพ์ อดีตประธานเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป และคุณวีริน ทาเคดะ ประธานเครือข่ายญี่ปุ่น เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราว รายงานโดยละเอียดหาอ่านได้ที่ https://twne.eu/talk-with-social-volunteers-prawate-nonglak-virin/

นอกจากนั้น คณะผู้เข้าอบรมยังได้ร่วมพิธีเปิดงาน Thailand Social Expo 2019 ในวันที่ 5 กรกฎาคม โดยประธานเครือข่ายญี่ปุ่น (วีริน ทาเคดะ) และยุโรป (จงเจริญ ศรแก้ว) ได้พบกับ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ดร วิษณุ เครืองาม เพื่อแนะนำงานของเครือข่ายฯ พร้อมมอบของที่ระลึก (หนังสือสารสตรี) โดยท่านรองนายกฯได้ได้กล่าวขอบคุณเครือข่ายทั้งสองที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ

เล่าสู่กันฟัง📣📣📣การจัดอันดับ SDG ในปี 2562 – ประเทศไทยเป็นอันดับที่ 40 ของโลกและอันดับ 1 ในอาเซียน

Cr :วรรณภา ลำเจียกเทศ

ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 40 จาก 162 ประเทศที่สำรวจความคืบหน้าการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งเพิ่มขึ้น 19 อันดับ จากปีที่แล้ว Sustainable Development Solutions Network (SDSN) และ Bertelsmann Stiftung

ประเทศไทยอยู่อันดับต้นๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน

  • ไทย อันดับที่ 40
  • เวียดนาม อันดับที่ 54
  • สิงคโปร์ อันดับที่ 66
  • มาเลเซีย อันดับที่ 68
  • ฟิลิปปินส์ อันดับท่ี 97
  • อินโดนีเซีย อันดับท่ี 102
  • พม่า อันดับท่ี 110
  • ลาว อันดับท่ี 111
  • กัมพูชา อันดับท่ี 112
  • บรูไน (ไม่ติดอันดับ)

ประเทศในยุโรปที่อยู่อันดับต้นๆ ได้แก่ เดนมาร์ก, สวีเดน, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส และ ออสเตรีย ส่วน มาดากัสการ์, ไนจีเรีย, คองโก, ชาด และ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง อยู่รั้งท้าย

ข้อมูลจาก : SDGs ranking 2019 – Thailand 40th globally, 1st in ASEAN

ใครจะขอวีซ่าเยอรมันโปรดทราบ!

สถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ประกาศเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอวีซ่าเชงเกน

ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2562 สถานเอกอัครราชทูตฯได้มอบหมายให้บริษัท VFS Global ทำการรับคำร้องขอวีซ่าเชงเกนแทน . ในส่วนของดำเนินการคำร้องด้านอื่นๆนั้น ยังคงกระทำโดยสถานทูตต่อไปเช่นเดิม

บริษัท VFS Global ได้ดำเนินการในประเทศไทยตั้งแต่ปีพ.ศ.2548 และในปัจจุบันทำการรับคำร้องขอวีซ่าด้วยศูนย์รับคำร้อง 8 แห่ง โดยรับคำร้องขอวีซ่าปีละ 400,000 คำร้อง สำหรับ 20 ประเทศ

สามารถเดินทางโดยสะดวกไปยังศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าร่วมของประเทศสมาชิกกลุ่มเชงเกนหลายๆประเทศได้ตามที่อยู่ดังต่อไปนี้

VFS Global Visa Application Centre อาคารจามจุรีสแควร์ ชั้น4 ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เริ่มทำการนัดหมายออนไลน์เพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่ากับ VFS ได้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2562 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ยังคงสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าเชงเกน และวีซ่าเพื่อการพำนักระยะยาวในประเทศเยอรมนีกับสถานกงสุลกิตติมศักดิ์เชียงใหม่และภูเก็ตได้

สำหรับการรับคำร้องขอวีซ่าเพื่อการพำนักระยะยาวในประเทศเยอรมนี(เช่น วีซ่าเพื่อติดตามไปอยู่กับครอบครัว วีซ่าเพื่อการทำงาน วีซ่าเพื่อการศึกษา)นั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ท่านยังต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯหรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์เชียงใหม่และภูเก็ตเช่นเดิม

https://bangkok.diplo.de/th-th/-/2188884

กำนันป๊อกบอกเล่า

Cr : พี่ป๊อก..ข้อมูลดีๆนำมาแบ่งปันคะ สำหรับคนที่จะมีสามี ฝรั่ง

กำนันป๊อกย้ายถิ่นฐานไปอยู่มาแล้ว 4 ประเทศ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เลบานอน และฝรั่งเศส

มีคนถามว่า ผู้หญิงไทยบางคนคิดว่าการย้ายมาอยู่ในต่างประเทศ / ยุโรป จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น คุณมีคำแนะนำให้ผู้หญิงไทยที่คิดแบบนี้อย่างไร

กำนันป๊อกเฉลยว่า…

สำหรับน้องๆหญิงไทยที่คิดจะมาใช้ชีวิตในต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรป ขอให้ดูก่อนอื่นเลยว่า ถ้าเราอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น เรามีต้นทุนติดตัวอะไรมาบ้าง เราทุกคนไม่ได้มามือเปล่าแน่นอน ต้องมีความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ขอให้มองเห็นคุณค่าของตัวเอง อาจจะเก่งภาษา อาจจะขีดๆเขียนๆ เก่ง อาจจะเป็นคุณแม่ชั้นยอด ภรรยาชั้นเยี่ยม อาจจะขับรถเป็น อาจจะทำอาหารเก่ง อาจจะนวดเก่ง อาจจะทำเล็บเป็น อาจจะเก่งงานเสริมสวย อาจจะเป็นเซลล์มือทอง อาจจะเป็นนักกีฬาเหรียญรางวัล อาจจะมีปริญญาติดตัวมา อาจจะทำขนมเก่ง อาจจะเป็นคนทำงานหนักเอาเบาสู้ อาจจะมีประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านความยากลำบากแบบหาคนเทียบยาก อาจจะเป็นคนประหยัดรู้จักอดออม เป็นคนมีระเบียบวินัย เป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น อาจจะมีหัวเรื่องการเงินการค้าขาย อาจจะเก่งงานสวนงานไร่ ไม่ว่าจะเก่งอะไรก็ขอให้รักตัวเองและสิ่งที่ตัวเองเป็น และนำทุนติดตัวนั้นมาใช้ให้ดีที่สุด “แต่” พร้อมที่จะปรับตัวกับโลกใบใหม่ และ “ตระหนัก” ว่าเมืองนอกไม่เหมือนบ้านเรา

ไม่ว่าจะมีอะไรเป็นต้นทุนมา ดิฉันขอแนะนำว่าให้ขวนขวายหาความรู้และเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นติดตัว เพื่อช่วยตัวเองให้มากที่สุด การศึกษาและความรู้คือประตูเปิดไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า ไม่ใช่โอกาสและดวงเพียงอย่างเดียว อย่าคิดว่าสามีต้องหาทุกอย่างมาให้ อย่าคิดไปตายเอาดาบหน้า เพราะฝรั่งเขาไม่เชื่อเรื่องการสิ้นคิดแบบนั้น หากต้องการชีวิตที่ดีกว่าก็ต้องรู้ว่าไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ ชีวิตที่ดีกว่าต้องเป็นชีวิตที่เรามีความพร้อมจะเผชิญปัญหาอุปสรรคด้วยสติ ปัญญาและความรู้รอบตัวด้วย

เรื่องที่ควรคำนึงมีหลายเรื่อง เรื่องแรก คือ #เรามีเป้าหมายชีวิตอะไร ต้องการไปอยู่เมืองนอกเพื่ออะไร ถ้าจะหนีปัญหาที่เมืองไทย ขอให้รู้ว่าปัญหามีทุกที่ที่เราอยู่ ถ้าจะไปเพื่อปลดหนี้สินก็ต้องรู้ว่าทักษะอาชีพแบบไหนที่เราไปทำที่เมืองนอกได้ แม้จะไปเพื่อปลดหนี้สิน เราก็ยังต้องมีทุนสำรองติดตัวเพราะเมืองนอกเราไปขอข้าวใครกินไม่ได้

ถ้าไปเมืองนอกเพราะความรัก ก็ขอให้รู้ว่าความรักระหว่างคนต่างชาติต่างวัฒนธรรมมันจะมีช่องว่างเสมอ ทำอย่างไรจะให้เราเข้าใจช่องว่างนั้น ไม่ดราม่ากับมันมากเกินไป มีไหวพริบเข้าใจความแตกต่างและปรับตัวได้ โดยไม่คิดแก้ตัวว่าเมืองไทยไม่เห็นเป็นอย่างนั้นเลย คนไทยมีวัฒนธรรมอย่างนั้นก็ต้องทำอย่างนั้น ลืมไปว่าเรามาอยู่ในวัฒนธรรมใหม่ การปิดช่องว่างทำได้ด้วยการสื่อสารที่เข้าใจกัน (ภาษาพูดกันรู้เรื่อง มีทักษะการรับฟัง มีศิลปะการพูด) ความพร้อมให้อภัยกัน ได้เติมเต็ม เปี่ยมรัก เปี่ยมความเข้าใจ

การแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ต่างประเทศก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน บางทีได้คู่ดีเหมือนถูกหวยรางวัลใหญ่ บางทีได้คู่ร้าย รักจืดจาง เขาทอดทิ้ง ก็เหมือนฝันร้าย ให้เตรียมใจเผื่อไว้ด้วย #ไม่ทิ้งอนาคตตัวเองไว้กับมือคนอื่นทั้งหมด การทิ้งอนาคตคืออะไร คือ ปล่อยให้เขาเป็นผู้ตัดสินใจทุกอย่าง ไม่เรียนภาษาไม่รู้ภาษา หรือเรียนแล้วไม่ใช้งานให้ได้จริง ไปไหนเองไม่เป็น ไม่สนใจเรียนรู้ว่าสิทธิตัวเองมีอะไรบ้าง ปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามดวงตามกรรม ปล่อยให้สามีกดขี่ข่มเหงทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่รู้จักปกป้องและรักตัวเองให้เป็น แต่ในทางกลับกัน หากเราต้องการให้สามีรักและซื่อสัตย์กับเรา เราก็ต้องรัก ซื่อสัตย์และให้เกียรติกับเขาด้วยเช่นกัน ไม่ทำอะไรปิดบังซ่อนเร้นเขา

เรื่องภาษาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก บางทีรู้แค่ภาษาอังกฤษยังไม่พอ ประเทศในยุโรปหลายประเทศมีข้อบังคับให้ต้องเรียนภาษาให้ได้ระดับหนึ่งจึงจะได้รับวีซ่าแต่งงาน เพราะเขาเจอปัญหามามากและต้องการให้คนมาใหม่ได้กลมกลืนกับประชาชนของเขาได้ และไม่กลายเป็นภาระกับเงินภาษีอากรของเขาเพราะไม่รู้ภาษา ไม่ว่าระดับสมองของเราจะขนาดไหน ขอให้รู้ว่า #ภาษาเป็นสิ่งที่เรียนได้ถ้าขยัน และเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ เราต้องเรียนให้อ่านออกเขียนได้ ตั้งแต่ก่อนออกจากเมืองไทยยิ่งดี เพราะจะเป็นประตูเปิดไปสู่โลกของการทำงานและการปรับตัวกับชีวิตใหม่ ป้องกันคนมาเอาเปรียบ และสามารถคุ้มครองตัวคุณและลูกของคุณได้ดีขึ้นถ้าคุณรู้ภาษา หรือถ้าพ่อตัวดีของคุณเกิดทำร้ายร่างกายคุณ หรือท้าหย่าขอเลิกทาง คุณก็จะได้หาที่พึ่งขอความช่วยเหลือได้

เรื่องที่จำเป็นมากอีกเรื่องหนึ่งแต่อาจจะไม่ใช่ทุกกรณีไป คือ เรื่องขับรถ เพราะการมีรถใช้ในเมืองนอกเป็นเรื่องค่อนข้างปกติ โดยเฉพาะคนที่บ้านอยู่ไกลเมืองหรือแหล่งชุมชน ถ้าขับเป็นจากเมืองไทย ก็ต้องมาปรับให้เข้าใจกฎจราจรของที่ต่างประเทศที่มีระเบียบมากกว่าบ้านเรามากมาย ถ้าขับไม่เป็นและสามีลงทุนให้เรียน อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป คนที่ขับรถเป็นจะมีโอกาสหางานได้ดีกว่าด้วยแล้วยังทำให้สามารถเข้าระบบชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศใหม่ได้เร็วขึ้น

อีกเรื่องที่เป็นตัวช่วย คือการหาข้อมูลไว้แต่เนิ่นๆว่าถ้าคุณมีปัญหาจะติดต่อสถานทูตไทยและหน่วยงานช่วยเหลือคนต่างชาติได้อย่างไร เก็บเบอร์โทรที่สำคัญๆไว้ใช้ในยามจำเป็น

ส่วนเรื่องการคบเพื่อนอย่าผลีผลามรีบสนิทกับใครเร็วจนเกินไป ควรอยู่ไปให้เข้าใจสภาพความเป็นอยู่นิสัยใจคอของกันและกันสักระยะหนึ่งก่อน คนไทยจำนวนหนึ่งที่ไปอยู่เมืองนอกนานๆมักจะปรับนิสัยใจคอวิธีคิดเหมือนคนต่างประเทศไปแล้ว คุณจะคบเขาก็ควรจะต้องเข้าใจเขาด้วยว่าเขาไม่ใช่คนไทยแบบที่คุณรู้จัก แต่เขาสามารถเป็นเพื่อนที่ดีได้แน่นอน เพราะเขาจะช่วยอธิบายเรื่องการปรับตัวให้คุณได้ดี ส่วนเพื่อนแท้นั้นจะปรากฏตัวให้เรารู้เอง

อย่าเล่าทุกอย่างให้เพื่อนใหม่รู้ เอาความในออกนอกเพราะไม่รู้จะพูดกับใคร เพราะหากคุณได้เพื่อนไม่ดี เขาอาจนำคุณไปพูดถึงในทางเสียหายให้คุณเสียกำลังใจ เสียความรู้สึกได้ ขณะเดียวกันคุณอยากได้เพื่อนดีๆคุณก็ต้องเป็นเพื่อนที่ดีของคนอื่นด้วย

หากคิดจะมีชีวิตที่ดีกว่าในต่างประเทศต้อง #รู้จักปูทางให้ตัวเอง สิ่งหนึ่งที่ช่วยได้คือ หนังสือคู่มือของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ บันได ๕ ขั้น สานฝันในต่างแดน ที่จะบอกคุณทุกขั้นตอนของการเตรียมตัวก่อนออกจากเมืองไทย การปรับตัวเมื่อไปถึง การบูรณาการสู่สังคมใหม่และการคืนสู่ถิ่นฐาน ถ้าคุณได้ศึกษาไว้ ก็จะเป็นการติดอาวุธทางปัญญา เพิ่มทักษะชีวิต เพิ่มการพึ่งตัวเองได้ระดับหนึ่ง ทั้งเป็นการเตรียมตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พร้อมปรับตัวพร้อมปรับทัศนคติ ซึ่งต่อไปในอนาคต ไม่ว่าคุณจะเจอดาบหน้าชนิดไหน ดิฉันเชื่อว่า คุณก็จะผ่านด่านเหล่านั้นไปได้ด้วยความพร้อม และสามารถกลมกลืนเป็นพลเมืองในประเทศใหม่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี